แก้ไขบทคัดย่อ การประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา ตำบลบางระกำ อำเภ
ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39
ผู้วิจัย นายมาโนชญ์ ติณสิริสุข
โรงเรียน โรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา
ปีที่พิมพ์ 2556
บทคัดย่อ
จากรายงานการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำ วิทยศึกษา ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อประเมินด้านบริบทของโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา 2) เพื่อประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของ โครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา 3) เพื่อประเมินด้านกระบวนการดำเนินงานตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา 4) เพื่อประเมินด้านผลผลิตของการดำเนินงานตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา 5) เพื่อประเมินด้านผลกระทบของการดำเนินงานตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 คน ครู จำนวน 32 คน ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 12 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1- 6 จำนวน 683 คน ผู้ปกครองนักเรียน 664 คน ทั้งสิ้น จำนวน 1,381 คน ของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ปีการศึกษา 2555 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ โดยผู้ประเมินได้ศึกษาข้อมูลจากประชากรทั้งหมดประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 คน ครูผู้สอน 32 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนกำหนดขนาด กลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางประมาณขนาดของกลุ่มตัวอย่างของเครจซีและมอร์แกน (Krejcie and Morgan) และใช้การสุ่มตัวอย่างอย่างเป็นระบบ (Systematic Random Sampling) โดยเฉลี่ยตามจำนวนนักเรียนรายชั้น ได้กลุ่มตัวอย่าง นักเรียน จำนวน 252 คน ผู้ปกครอง จำนวน 252 คน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งหมด 551 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถาม จำนวน 3 ชุด เป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับของลิเคิร์ท (Likert’s Rating Scale) ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 1 ชุด แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน จำนวน 1 ชุด และแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 1 ชุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการประเมิน พบว่า
1. ผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าทุกด้านผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเรียงจากมากไปหาน้อย คือ ด้านผลกระทบ เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ด้านผลผลิต ด้านกระบวนการ ด้านปัจจัยนำเข้าและด้านบริบท ตามลำดับ และเมื่อพิจารณารายละเอียดแต่ละด้าน ปรากฏผลดังนี้
1.1 ด้านบริบท ต่อการดำเนินงานตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนด้านที่ค่าเฉลี่ยมากที่สุดเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ ด้านความต้องการ ความจำเป็นของโครงการ เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ด้านความเป็นไปได้ของโครงการ และ ด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ ตามลำดับ
1.2 ด้านปัจจัยนำเข้า ต่อการดำเนินงานตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนด้านที่ค่าเฉลี่ยมากที่สุดเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ ด้านปัจจัยนำเข้าเกี่ยวกับบุคลากร เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ด้านปัจจัยนำเข้าเกี่ยวกับงบประมาณ ด้านปัจจัยนำเข้าเกี่ยวกับเวลาดำเนินงานตามโครงการ ด้านปัจจัยนำเข้าเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ และ ด้านปัจจัยนำเข้าเกี่ยวกับอาคารสถานที่ ตามลำดับ
1.3 ด้านกระบวนการ ต่อการดำเนินงานตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนด้านที่ค่าเฉลี่ยมากที่สุดเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการวางแผนดำเนินงานตามโครงการเป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ด้านการป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข ส่วนด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล มีค่าเฉลี่ยเท่ากันกับด้านการส่งเสริมนักเรียน ด้านการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล และด้านการคัดกรองมีค่าเฉลี่ยเท่ากันกับด้านการส่งต่อ ตามลำดับ
1.4 ด้านผลผลิต ต่อการดำเนินงานตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านทุกด้านผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนด้านที่ค่าเฉลี่ยมากที่สุดเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ด้านการป้องกัน ช่วยเหลือและแก้ไข ด้านการส่งเสริมนักเรียน ส่วนด้านการส่งต่อมีค่าเฉลี่ยเท่ากันกับด้าน การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และด้านการคัดกรองนักเรียน ตามลำดับ
1.5 ด้านผลกระทบ ต่อการดำเนินงานตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงอยู่ใน 3 อันดับแรก เรียงจากมากไปหาน้อย คือ นักเรียนมีความสนใจ กระตือรือร้น และปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีความสุขมากขึ้น เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรมากขึ้น และนักเรียนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่มีปัญหาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น ตามลำดับ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ผู้บริหารและครูผู้สอน นักเรียน ได้ทำกิจกรรมที่ตรงตามความต้องการของนักเรียนมากขึ้น
2. ผลการวิเคราะห์ด้านปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะของผู้บริหารและครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบางระกำวิทยศึกษา พบว่า
2.1 ปัญหา อุปสรรคที่เกิดกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนบางระกำ วิทยศึกษา เรียงลำดับค่าความถี่จากมากไปหาน้อย 3 อันดับ คือ โรงเรียนขาดการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ครู ผู้ปกครอง และชุมชนทราบ เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงดูบุตรหลาน ไม่มีเวลาดูแล อบรมบุตรหลาน ทำให้นักเรียนมีปัญหาหลายด้าน เช่น ด้านการเรียน ด้านพฤติกรรมก้าวร้าว ด้านยาเสพติด ด้านชู้สาว และพ่อแม่ของนักเรียนแยกทางกัน หรือหย่าร้างกัน ทิ้งบุตรหลานให้ปู่ย่า ตายาย เลี้ยงดู ทำให้นักเรียนขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ ส่งผลให้นักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด ตามลำดับ ส่วนปัญหา อุปสรรคที่มีค่าความถี่น้อยที่สุด คือ งบประมาณในการนำมาบริหารจัดการกิจกรรม ตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมีจำนวนไม่เพียงพอ อีกทั้งไม่แน่นอนและชัดเจนเท่าที่ควร
2.2 แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เรียงลำดับค่าความถี่จากมากไปหาน้อย 3 อันดับ คือ โรงเรียนควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนค่าพาหนะให้ครูที่ปรึกษาในการไปเยี่ยมนักเรียน เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ โรงเรียนควรให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครองในเรื่องการเลี้ยงดู เอาใจใส่บุตรหลานและมีส่วนร่วมในการดูแลอบรมนักเรียนระหว่างอยู่ที่บ้าน และควรจัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่นได้ทราบผลอย่างต่อเนื่อง ตามลำดับ ส่วนข้อที่มีความถี่น้อยที่สุด คือ คณะกรรมการแต่ละทีม คือ ทีมนำ ทีมประสาน และทีมทำ จะต้องประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดการวางแผนการทำงาน ขั้นตอนที่ชัดเจนร่วมกัน
2.3 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เรียงลำดับค่าความถี่จากมากไปหาน้อย 3 อันดับ คือ โรงเรียนควรจัดทำคู่มือ เอกสาร ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เพียงพอสำหรับครูที่ปรึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ โรงเรียนควรจัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้รับทราบ และโรงเรียนควรมีการนิเทศ กำกับ ติดตาม ระหว่างการดำเนินงานทุกกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและรายงานผล ตามลำดับ ส่วนข้อที่มีค่าความถี่น้อยที่สุด คือ ผู้บริหารควรมีการประชุมชี้แจง สร้างความตระหนักให้ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา เห็นถึงความสำคัญของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ว่าเป็นโครงการที่ช่วยเหลือนักเรียนได้ผลจริง ซึ่งเท่ากับโรงเรียนควรประสานงานให้ผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้มากกว่าที่เป็นอยู่
|